วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

สรุปองค์ความรู้จากงานวิจัย
ชื่องานวิจัย
            การจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีผลต่อความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย

ปริญญานิพนธ์ของ
             มยุรี   ศรีทอง

ความมุ่งหมายของงานวิจัย
                 1.เพื่อศึกษาระดับของความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยโดยรวม และจำแนกรายด้านที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย
                 2.เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการอนุรักา์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักจัย

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
                การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จะเป็นแนวทางสำหรับครูและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ปฐมวัยในการที่จะจัดรูปแบบการเรียนการสอนโดยการนำรูปแบบการจัดการเรียรู้แบบ เด็กนักวิจัยซึ่งเป็นรูปแบบที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม  เพื่อสามารถนำมาพัฒนาความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย  รวมทั้งพัฒนาความรู้ด้านอื่นๆของเด็กปฐมวัยต่อไป

ของเขตของการวิจัย
                ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
                ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ  เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง  อายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2553 โรงเรียนหงสประภาสประสิทธิ์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา  เขต 2 ซึ่งมี 2 ห้องเรียน จำนวน 70 คน

นิยามศัพท์เฉพาะ
                1.เด็กปฐมวัย  หมายถึง  นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี  ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2553 โรงเรียนหงสประภาสประสิทธิ์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา  เขต 2
                2.การจัดการเรียรู้แบบนักวิจัย  หมายถึง  การจัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนมีความสำคัญเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้  ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ  ได้ลงมือค้นคว้า  แสวงหาความรู้เด็กจะได้สร้างองค์ความรู้  พร้อมกับแก้ปัญหาและค้นพบสิ่งใหม่ๆ  กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยมีดังนี้
                                      ขั้นที่ 1 ขั้นทบทวนความรู้และเลือกหัวข้อเนื้อหาที่สนใจ
                                      ขั้นที่ 2 ขั้นเด็กค้นคว้าวิจัยหาความรู้
                                      ขั้นที่ 3 ครูทบทวนความรู้
                  3.ความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  หมายถึง  สิ่งที่สั่งสมมาจากการเล่าเรียน การค้นคว้า  หรือประสบการณ์  รวมทั้งรวมความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะในการดูแลรัษาสิ่งแวดล้อม



แผนการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย
จัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยเรื่อง  ต้นไม้ในโรงเรียน

จุดประสงค์
             1.เพื่อส่งเสริมความรู้ในการอนุรักษ์ต้นไม้
              - แสดงความต้องการที่จะดูแลรักษต้นไม้  ทำให้เพิ่มจำนวนต้นไม้
              - ใช้ประโยชน์จากต้นไม้ ให้คุ้มค่าและประหยัด
            2.เพื่อส่งเสริมให้เด็กรู้จักการศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ

เนื้อหา
            ต้นไม้มีบุญคุณ  มีประโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์  ควรช่วยกันปลูกต้นไม้  บำรุงรักษาต้นไม้  เพราะต้นไม้เป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย
                ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้และเลือกหัวข้อเนื้อหาที่สนใจ          
                             ครูตั้งคำถามว่าสิ่งต่างๆรอบตัวเรามีประโยชน์มีบุญคุณต่อเราและสัตว์  เด็กๆแสดงความคิดเห็นหลังจากนั้นลงความเห็นว่าเรื่องที่ต้องการเรียนรู้มาก ที่สุดคือ เรื่อง ต้นไม้ในโรงเรียน
                ขั้นที่ 2 ขั้นเด็กค้นคว้าหาความรู้
                              เด็กศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ได้แก่  ศึกษาของจริงจากต้นไม้บริเวณโรงเรียน  ศึกษาจากหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับต้นไม้และศึกษาวิธีดูแลรักษาและเพิ่ม จำนวนต้นไม้และการใช้ประโยชน์จากต้นไม้อย่างคุ้มค่าและประหยัดระหว่างศึกาา แหล่งเรียนรู้ เด็กร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ซักถามและตอบคำถาม  จากนั้นเด็กคิดและทำกิจกรรมตามความสนใจของตนเองพร้อมทั้งนำเสนอผลงาน
               ขั้นที่ 3 ขั้นประเมินผล
                           เด็กพูดคุยสนทนาเรื่องราวที่ได้เรียนรู้ในเรื่องต้นไม้ในโรงเรียน  การดูแลรักษาต้นไม้เพิ่มขึ้นและการใช้ต้นไม้ให้คุ้มค่าและประหยัด  และวาดรูปสรุปเรื่องราวที่ตนเองได้เรียนรู้  ครูสังเกตพฤติกรรมพูดคุย  การทำผลงานและการนำเสนอผลงานของเด็ก

การประเมินผล
              1.สังเกตการเข้าร่วมกิจกรรม
              2.สังเกตการตั้งคำถามและตอบคำถาม
              3.สังเกตการพูดคุยสนทนา






    

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

ของเล่นวิทยาศาสตร์

ปี่หลอดหรรษา




อุปกรณ์ มีดังนี้
1. หลอดดูดน้ำ (ชนิดที่มีลักษณะอ่อนๆ)
2. กรรไกร
3. กาว
4. ไหมพรม
5. กระดาษสี

ขั้นตอนการทำ มีดังนี้
1.เลือกหลอดชนิดอ่อนๆ มาตัดตามความยาวที่ต้องการ นำหลอดที่ตัดได้แล้วมาบีบหรือกดปลายข้างใดข้างหนึ่งให้แบน แล้วใช้กรรไกรตัดส่วนปลายของข้างที่กดไว้ให้เป็นรูปสามเหลี่ยม ดังรูป




                    2.ทดลองเป่าโดยใช้ปลายที่เราตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมเป่า ถ้าเกิดเสียงดังคล้ายเสียงแตร แสดงว่าใช้ได้
*ถ้ายังไม่เกิดเสียงให้บีบหรือกดปลายสามเหลี่ยมอีกครั้ง ทดลองเป่าอีกครั้ง
                    3.ใช้ไหมพรมพันรอบๆหลอด โดยสลับสีกัน เพื่อสีสันที่สวยงาม


                                  4.ตกแต่งด้วยดอกไม้ที่เตรียมไว้ เพื่อความสวยงาม



                                              5.เสร็จแล้วค่ะปี่หลอดหรรษา



วิธีการเล่น = เวลาเป่าเราจะใช้ด้านที่ตัดปลายเป่า เสียงก็จะออกมา

หลักการทางวิทยาศาสตร์
การที่เราได้ยินเสียง เพราะมีคลื่นเสียงผ่านอากาศมากระทบกับหูของเรา เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ

ขณะที่เราเป่าส่วนที่เป็นสามเหลี่ยมที่อยู่ในปากเราจะสั่นไปมา ทำให้เกิดเสียง ถ้าเราตัดหลอดให้มีความยาวต่างกัน เสียงที่ได้จะสูงหรือต่ำต่างกันด้วย

วาดรูปสร้างสรรค์

1. ภาพวาดแบบขยับได้



2. ภาพวาดแบบหมุนได้



ลองมาดูวิดีโอกันนะค่ะ >.<



*จากวิดีโอนี้ จะเห็นได้ว่าพอหมุนไม้ต้นไม้จะมีลูกแอปเปิ้ลทันที



วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559


การบันทึกครั้งที่ 6
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ.2559 
เนื้อหาที่เรียน  ความรู้ที่ได้รับ

ก่อนจะเริ่มเรียน อาจารย์ให้นักศึกษาฝึกคัดลายมือเพื่อให้นักศึกษาเกิดความเคยชินและมีลายมือที่สวยงาม เพื่อจะนำไปใช้ในอนาคตต่อไป


ต่อมาอาจารย์ให้นักศึกษาดูของเล่นของรุ่นพี่ เพื่อเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ของเล่นวิทยาศาสตร์ใหม่ๆขึ้นมา




อาจารย์ถามเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดเงา

เงาคืออะไร

เงา คือ บริเวณที่แสงไม่สามารถส่องผ่านไปถึงหรือส่องไปถึงเพียงบางส่วนเมื่อมีตัว กลางทึบแสงมากั้นระหว่างแหล่งกำเนิดแสงกับฉาก จึงปรากฏเห็นเป็นเงาซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับวัตถุที่มากั้น โดยเราสามารถแยกเงาได้เป็น2 ชนิด คือ
1. เงามืด เป็นบริเวณที่วัตถุทึบแสงขวางทางเดินของแสงและสามารถบังแสงได้ทั้งหมด ทำให้เกิดบริเวณที่มืดสนิท คือการที่แสงสว่างส่องไม่ถึงอีกด้านหนึ่งนั่นเอง
2. เงามัว เป็นบริเวณที่สว่างเพียงเล็กน้อย เป็นเพราะวัตถุทึบแสงไม่สามารถบังแสงได้ทั้งหมด
ส่วนความกว้างของเงามืดและเงามัวนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของแหล่งกำเนิดแสง วัตถุกั้นแสง ฉากรับแสง และระยะห่างของแหล่งกำเนิดแสงกับวัตถุที่กั้นแสง


ประโยชน์ของเงา

มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากเงาที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้
1. ภูมิปัญญาของคนไทยในสมัยโบราณใช้การเกิดเงาในการประกอบอาชีพ เช่น นำไปใช้ในการแสดงหนังตะลุง หรือใช้มือทำให้เกิดเงาเป็นรูปร่างๆ เพื่อประกอบการเล่านิทาน
2. คนไทยในสมัยก่อนอาศัยการสังเกตเงาที่เกิดจากดวงอาทิตย์นำไปใช้ประโยชน์ในการ ประมาณเวลาได้ เช่น ถ้าเกิดเงาที่ทอดยาวแสดงว่า ขณะนั้นเป็นเวลาเช้าหรือเย็น ถ้าเงาสั้นลง แสดงว่า เป็นเวลาสายหรือบ่ายแต่ถ้าเงาสั้นมากจนเกือบมองไม่เห็นแสดงว่า ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงวันเนื่องจากดวงอาทิตย์จะอยู่เหนือศีรษะพอดี


เงากับการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ

โลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ทุกดวงจัดเป็นตัวกลางทึบแสง เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงมากระทบจึงบังแสงไม่ให้ผ่านไปได้ทำให้เกิดเงามืดหรือ เงามัวขึ้นได้ จากความรู้ที่ผ่านมานั้น โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์โคจรรอบโลก และดวงอาทิตย์หมุนรอบตัวเอง เมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน ทั้งโลกและดวงจันทร์ต่างก็เป็นตัวกลางทึบแสง จึงทำให้เกิดการบังของเงาขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า สุริยุปราคาและจัทรุปราคา
- สุริยุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลากลางวัน เมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีดวงจันทร์ซึ่งเป็นตัวกลางทึบแสงอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ดวงจันทร์จึงบังแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ส่องผ่านมายังโลก จึงเกิดเงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก ทำให้คนบนโลกที่อยู่ในบริเวณเงามองไม่เห็นดวงอาทิตย์ หรือเห็นไม่เต็มดวง เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า สุริยุปราคา
- จันทรุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวง เมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรอยู่ในแนวเดียวกัน ซึ่งมีโลกอยู่ตรงกลางโลกเป็นตัวกลางทึบแสงและมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์จะบัง แสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ส่องผ่านไปถึงดวงจันทร์ จึงเกิดเงาของโลกบังดวงจันทร์ได้เต็มดวงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า จันทรุปราคา



มาตรฐานการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์


สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว 1. 1 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ ต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่ง มีชีวิต
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 2. 1 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้อง ถิ่นอย่างยั่งยืน

สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
มาตรฐาน ว 3. 1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
มาตรฐาน ว 4. 1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 5 พลังงาน
มาตรฐาน ว 5. 1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว 6. 1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว 7. 1 เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 7.2 เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและทรัพยากร ธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อม

สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8. 1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน


      

การวางดอกไม้กลีบเดียวหน้ากระจกที่ความกว้างในการกางที่ต่างกัน ทำให้จำนวนกลีบของดอกไม้นั้นเพิ่มมากขึ้น




การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตุ๊กตาที่วางอยู่หน้ากระจกกับการวางกระจกแบบกางออกกว้างๆกับการวางกระจกแบบเเคบ












 ของเล่นวิทยาศาสตร์












คำศัพท์ 
  • Organism = สิ่งมีชีวิต                             
  • Force = แรง
  • Space = อวกาศ
  • Substance = สาร
  • Learning Standards = มาตรฐานการเรียนรู้ 


ทักษะที่ได้รับ   
  • ความรู้เรื่องเงา
  • ทักษะการคิดสร้างสรรค์
  • การทดลอง
การนำมาประยุกต์ใช้
  • สามารถนำไปปรับใช้ในอนาคตได้
บรรยากาศในห้องเรียน
  • โต๊ะ เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา สะอาดเรียบร้อย อุณหภูมิในห้องพอดี
การจัดการเรียนการสอน
  • มีการเตรียมการสอนอย่างดี ให้นักศึกษาได้คิดวิเคราะห์ 

ประเมินตนเอง
  • ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอนและร่วมทำกิจกรรมอย่างเต็มที่                     
ประเมินเพื่อน
  • มีความตั้งใจและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ไม่คุยกัน ช่วยกันตอบคำถาม            
ประเมินอาจารย์
  • แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน